วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559
กาพย์พระมาลัย (ภาคพระศรีอารย์) ตอนที่ ๔
กาพย์ยานี ๑๑
๐ พระเถรฟังวาจา แห่งอินทราเพราะอุดม
มหาเถรสรรเสริญชม สมภารเทพกัญญา ฯ
๐ เมื่อจะถามคำให้ยิ่ง จึงพระเถรเผยวาจา
ถามท้าวอมรินทรา ให้รู้แจ้งแห่งคดี ฯ
๐ สาวสวรรค์งามสะพรั่ง มาภายหลังพระไมตรี
ประกอบด้วยรัศมี เขียวขจีมรกตพรรณ ฯ
๐ อาภรณ์สร้อยเทริดแก้ว งามพรายแพร้วเขียวทุกอัน
รัศมีสีแสงสรรพ์ ย่อมเขียวทั้วสรรพางค์ ฯ
๐ สาวสาวรูปเหมือนกัน ดั่งเลือกสรรดูสำอาง
เขียวแดงแสงกระจ่าง เนื้อเขียวดั่งกลีบอุบล ฯ
๐ เขียวแดงแสงใสสด เขียวมรกตทั่วทั้่งตน
เมื่อก่อนสร้างกุศล ทำบุญใดแต่ปางเพรง ฯ
๐ เมื่อนั้นท้าวไตรภพ ยอกรนบด้วยยำเกรง
บอกบุญแต่ปางเพรง บางท้ังหลายได้สร้างมา ฯ
๐ พระอินทร์เสด็จอยุู่ ท่ามกลางหมู่แห่งเทวา
ยอกรไว้วันทา ตอบวาจาพระเถรถาม ฯ
๐ ข้าแต่พระเถรเจ้า ข้าขอเล่าแต่พองาม
บุญนางอันมากตาม มาภายหลังพระไมตรี ฯ
๐ เมื่อก่อนนางได้เกิด เอากำเนิดในโลกีย์
ครั้นถึงวันอัฎฐมี นางจำศีลเป็นอัตรา ฯ
๐ นางหมั่นไปฟังธรรม เมื่อพระเจ้าเทศนา
ก้มเกล้าถวายมาลา ประทีบเทียนด้วยฉับเฉียว ฯ
๐ ถวายผ้าแลแพรพรรณ อันมีพรรณย่อมล้วนเขียว
กลิ้งกลดแลธงเทียว นางถวายบูชาธรรม์ ฯ
๐ ครั้นตายได้มาเกิด เอากำเนิดในเมืองสวรรค์
ห้อมล้อมเจ้าจอมธรรม์ เป็นฝ่ายหลังพระไมตรี ฯ
๐ ม่วงแดงเนื้อใสสด เห็นปรากฎงามมีศรี
ได้เครื่องประดับดี เขียวชวนชื่นระรื่นใจ ฯ
๐ พระเถรได้ฟังอินทร์ กล่าวบอกสิ้นแถลงไข
สรรเสริญด้วยฉับไว ว่าไพเราะพ้นประมาณ ฯ
๐ แล้วถามถึงพระคุณ ถามถึงบุญพระศรีอารย์
ท่านได้สร้างสมภาร ชื่อใดหนอยิ่งนักหนา ฯ
๐ บริวารล้วนนางสวรรค์ อเนกอนันต์ห้อมล้อมมา
สมภารท่านน้ันมา ท่านสร้างมาเป็นกลใด ฯ
๐ บพิตรโปรดเฉลย เผยวาจาว่าสืบไป
สมบัติพระเมตไตรย ดูพิลึกยิ่งแสนทวี ฯ
๐ พระอินทร์บอกสมภาร พระศรีอารย์สร้างบารมี
ยิ่งกว่าพระธรณี ได้แสนโกฎิเลิศยิ่งยง ฯ
๐ ไมตรีพระโพธิสัตว์ จะได้ตรัสเป็นพุทธองค์
พระเจ้าจะได้ส่ง สัตว์ทั้งหลายเข้านิพพาน ฯ
๐ พระเจ้าจะโปรดโลก พ้นจากโอษสงสาร
ได้สร้างบุญสมภาร มากกว่าแผ่นพระธรณี ฯ
๐ พระให้สมบัติโภค เป็นยศโยคแ่กโลกีย์
ให้สัตว์ทั่้วธรณี อิ่มอกตื้นชื่นใจบาน ฯ
๐ ข้ามิอาจจะกล่าวได้ ท่านสร้างไว้มาช้านาน
บารมีพระศรีอารย์ ข้านี้รู้มิสิ้นเลย ฯ
๐ เจ้าจอมจะลุเสร็ฺจ ตรัสสรรเพชญ์ชื่นชมเชย
มาลัยเจ้าหัวเอย ข้าจะเล่ามิถ้วนถึง ฯ
๐ สมภารท่านเลิศล้น พ้นที่รู้ที่รำพึง
ข้ามิอาจจะร่ำถึง จะได้บอกแต่บังควร ฯ
๐ พระแต่งขุมทรัพย์ไว้ ให้แก่โลกทั้วทั้งมวล
ให้ทานย่อมสมควร มากกว่าโกฎิอสงไขย ฯ
๐ส่วนองค์พระนั่งเกล้า ผู้ผ่าน เผ้าชื่อเมตไตรย
ทำเพียรบารมีไว้ ได้อเนกกัปป์โกฎิมา ฯ
๐ สมเด็จพระไมตรี สร้างขันติบารมีมา
จะโปรดสัตว์ทั่วโลกา ให้พ้นทุกข์ทั้วอนันต์ ฯ
๐ ได้สร้างซึ่งขันติ บารมีมากครามครัน
ได้อเนกนันโกฎิกัลป์ หลายชาติแล้วสร้างกุศลฯ
๐ ไมตรีจะโปรดสัตว์ ถึงอรหัตต์ลุมรรคผล
ให้หน่ายในกายตน ด้วยพระไตรลักษณญาณ ฯ
๐ ท่านต้ังสัจจบารมี มามากมีก่อนมานาน
ต้ังไตรลักษณญาณ เอาเท่านี้เป็นอารมณ์ ฯ
๐ ไมตรีเจ้าจอมนาถ เพียรหลายชาติท่านสร้างสม
ตั้งอธิษฐานเป็นอารมณ์ จะขอตรัสเป็นพุทธองค์ ฯ
๐ นิจศีลห้าประการ ท่านรักษาให้มั่นคง
ตั้งจิตคิดจำนง จะโปรดสัตว์ทั้งอนันต์ ฯ
๐ โปรดสัตว์ให้ไปเกิด เอากำเนิดในเมืองสวรรค์
ให้สัตว์หมั่นฟังธรรม์ รักษาศีลเป็นนิจกาล ฯ
๐ ส่วนองค์พระนั่งเกล้า รักษาศีลสมาทาน
อุโบสถแปดประการ แลศีลห้าทุกทุกวัน ฯ
๐ ส่วนองค์ทรงผนวช เสด็จออกบวชร่ำเรียนธรรม์
มากกว่ากัปป์โกฎิกัลป์ แต่ท่านได้บวชเป็นสงฆ์ ฯ
๐ สอนสัตว์ให้เข้าฌาณ อาณาปาอันยิ่งยง
ให้สัตว์ไปทางตรง ในอักนิฎฐพรหมา ฯ
๐ สมเด็จพระเมตไตรย สอนสัตว์ไปทั่วโลกา
ให้เห็นอนิจจา จะให้ได้โสดาผล ฯ
๐ พระเอาปัญญาอ้อม มาห้อมล้อมสัตว์ทุกคน
ให้ได้ซี่งมรรคผล พ้นวิบาปจากโลกา ฯ
๐ พระเจ้าโปรดสัตว์ไป จะให้ได้สกิททาคา
ให้เห็นอนิจจา นาสังเวชในสงสาร ฯ
๐ จะให้นิพพานสมบัติ แก่ฝูงสัตว์ทุกสถาน
ให้แจ้งในสงสาร ให้สัตวฺ์เห็นแจ้งแก่ใจ ฯ
๐ ไมตรีท่านดีนัก ท่านมิรักมิชังใคร
สมเด็จพระเมตไตรย ได้สร้างแล้วมากนานาน ฯ
๐ อนันต์อดิเรก อดิเรกพ้นประมาณ
ได้ก่อเริ่มเพิ่มมานาน นับเอนกอนันต์ครัน ฯ
๐ ไมตรีเจ้าจอมปราชญ์ อาจสามารถจะแปลธรรม์
โน้มสัตว์ให้ไปสวรรค์ แล้วให้ได้ถึงนิพพาน ฯ
๐ ไมตรีผู้ฉลาด ตั้งสมาธิกัมมัฎฐาน
ข่มกิเลสอุปาทาน ด้วยศีลญาณน้ำใจตรง ฯ
๐สอนสัตว์ทกประเทศ ดับกิเลสให้ปลดปลง
สมภารแห่งพระองค์ สร้างมากแล้วจึงสำเร็จ ฯ
๐สมเด็จพระศรีอารย์ ปัญญาญาณคือ สายเพ็ชร
ตัดบาปให้ขาดเด็ด ด้วยดาบกรดคือปัญญา ฯ
๐ สร้างโพธิสมภาร ด้วยพระญาณมหึมา
มากยิ่งกว่าพสุธา ได้อเนกอสงไขย ฯ
๐ โปรดสัตว์ให้ไปรอด ได้เล็ดลอดพ้นทุกข์ภัย
ล่วงลัดสงสารไป พ้นจากทุกข์เข้านิพพาน ฯ
๐ เมตไตรยรุุ่งเรืองโชติ ท่านสร้างโพธิสมภาร
ได้อนันต์จักรวาล ยิ่งล้นพ้นนี้ออกไป ฯ
๐ ไมตรีเจ้าใจกว้าง จะบอกทางให้แจ้งใจ
ไตรลักษณ์ฺท่านจักไข ให้เห็นแจ้งแห่งมรรคผล ฯ
๐ ผู้ใดใคร่นิพพาน ดับสงสารม้วยชาติชนม์
ให้จำเริญสร้างกุศล เอาไตรลักษณ์ภาวนาฯ
๐ สมเด็จพระศรีอารย์ ผู้จะผลาญกิเลสราคา
เอาไตรลักษณ์ภาวนา เป็นเนืองนิตย์ทุกวันวาน ฯ
๐ หายใจออกหายใจเข้า เอาไตรลักษณ์เป็นกรรมฐาน
เมื่อได้ตรัสโพธิญาณ เอาไตรลักษณ์โปรดสัตว์ไป ฯ เชิด ฯ
คำว่า เชิด เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (ภาคพระศรีอารย์ ) ๓
กาพย์สุรางคณางค์ ๒๘
๐ พระเถรผู้ยง ฟังอานิสงส์ อิ่มเอมอิ่มใจ
จึงถามปริศนา อันอื่นสืบไป พระเถรมาลัย จึงกล่าววาจา ฯ
๐ ดูก่อนเทเวศร์ ท่านกล่าวพิเศษ ไพเราะนักหนา
ขอเชิญท่านแจ้ง แถลงบุญญา แห่งนางที่มา เบื้องซ้ายตระการ ฯ
๐ ดูก่อนอินทรา นางสวรรค์อันมา เบื่องซ้ายศรีอารย์
มีรัศมีแดง แสงใสชัชวาล เสื่้อสร้อยอลังการ คือชาติหรคุณ ฯ
๐ ทำสิ่งใดบ้าง เมื่อก่อนได้สร้าง สิ่งใดเป็นบุญ
จึงมีรูปโฉม โนมพรรณสมบรูณ์ ผ้าผ่อนเพ่ิ่มพูล อาภรณ์ย่อมแดง ฯ
๐ มีทองต้นแขน นิ้วมือใส่่แหวน มีพรรณเป็นแสง
มีสร้อยคอเพชร วิเศษเครื่องแดง รัศมีกล้าแข็ง ทำบุญชื่อใด ฯ
๐ เมื่อนั้นอมรินทร์ จะบอกกระบิล ระบอบสืบไป
นางฟ้าอันมา เบื้องซ้ายเมตไตรย บุญนางสร้างไว้ จึงได้พูดมา ฯ
๐ อินทราเสด็จอยู่ ในท่ามกลางหมู่ แห่งเทพเทวา
บอกบุญสมภาร นงคราญทำมา แก่พระมาลัย มิได้พลาดพลั้ง ฯ
๐ ข้าแต่พระเจ้า มาลัยผ่านเกล้า พระเจ้าจงฟัง
ข้าจะสำแดง บุญแต่ปางหลัง ให้พระเจ้าฟัง บุญแห่งนงคราญ ฯ
๐ นางนาฎทั้งหลาย อันมาเรียงราย เบื้องซ้ายศรีอารย์
เมื่อก่อนนางเกิด ในโลกสงสาร ได้สร้างสมภาร เป็นนิตย์ทุกวัน ฯ
๐ วันพระอุโบสถ นางตั้งกำหนด อุตส่าห์ฟังธรรม์
นางได้ถวายแป้ง แต่งเครื่องจังหัน เป็นนิตย์ทุกวัน แก่ภิกษุสงฆ์ ฯ
๐ ทำบุญปรากฎ ครั้นสิ้นกำหนด บุญนั้นตามส่ง
มาได้ประสบ พบพระชินวงศ์ พระผู้ยิ่งยง องค์พระศรีอารย์ ฯ
๐ บุญนางจีงแต่ง เครื่องประดับแห่ง ล้วนแดงตระการ
มาได้สมบัติ ย่อมชัชวาล ได้ทิพย์วิมาน ย่อมล้วนแดงฉาน ฯ ฉัน ฯ
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (ภาคพระศรีอารย์) (๒)
ภาคพระศรีอารย์
กาพย์ร่ายไม้ ๑๒
๐ พระเถรได้ฟัง คำท้าวอินทรา
สรรเสริญนักหนา อิ่มเอมน้ำใจ
จึงถามถึงคุณ บุญอื่นสืบไป
ให้สร้างสงสัย พระเถรด้วยดี ฯ
๐ นางมาเบื้องขวา แห่งพระไมตรี
อร่ามเรืองศรี รัศมีเรืองรอง
ผุ้านุ่งผ้าห่ม อาภรณ์ย่อมทอง
ทั่วตัวเรืองรอง ทั่วทุกสาวศรี ฯ
๐ อันนางมาซ้าย แห่งพระไมตรี
อาภรณ์รัศมี พรรณเหลืองอดุลย์
มีรูปอันดี ทรงโฉมสมบุญ
เหลืองคือไพทรูย์ ทำบุญสิ่งใด ฯ
๐ ข้าพระจะแจ้ง แถลงให้เต็มใจ
ขอพระมาลัย จำไว้เป็นผล
ขอจงพระเจ้า บอกเล่าฝูงชน
ให้ทำกุศล ดูเยี่ยงเถิดหนา ฯ
๐ จะได้พบพระ ไมตรีมิช้า
เมื่อท่านเทศนา จะลุบัดใจ
ข้าแต่พระเถร ผู้ชื่อมาลัย
ข้าพระจะไข บอกบุญสมภาร ฯ
๐ แห่งนางทั้งหลาย อันสร้างมานาน
พระตั้งใจบาน ชื่นชมฟังเอา
นางทั้งหลายนี้ เมื่อก่อนน้ันเขา
เกิดเป็นนงเยาว์ ในโลกแดนดิน ฯ
๐ วันพระน้อยใหญ่ นางได้จำศีล
ใส่ข้าวบาตรบิณฑ์ จังหันทุกวัน
แต่งอาหารไว้ ให้พระสงฆ์ฉัน
ผ้าเหลืองมีพรรณ นางให้ทั้งมวลฯ
๐ ธูปเทียนเครื่องไล้ มาลัยหอมหวล
ข้าวดอกครบถ้วน ย่อมล้วนพรรณเหลือง
ครั้นได้เกิดมา รัศมีรุ่งเรือง
สารพัดสีเหลือง คือแก้วไพทรูย์ ฯ
๐ นางมาเบื้องขวา ดูงามสมบรูณ์
สมบัติอดุลย์ อเนกคณนา
เดชะอันให้ ดอกไม้เครื่องทา
ได้สร้อยภูษา กับทั้งเทริดทอง ฯ
๐ ได้เครื่องประดับ รุุ่งเรืองเนืองนอง
ได้วิมานทอง เลิศล้นคณนา
นางตามเสด็จ มาฝ่ายเบื่้องขวา
แห่งพระราชา เจ้าฟ้าเมตไตรย์ ฯ บังอร ฯ
* คำว่า บังอร เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
๐ ข้าพระจะแจ้ง แถลงให้เต็มใจ
ขอพระมาลัย จำไว้เป็นผล
ขอจงพระเจ้า บอกเล่าฝูงชน
ให้ทำกุศล ดูเยี่ยงเถิดหนา ฯ
๐ จะได้พบพระ ไมตรีมิช้า
เมื่อท่านเทศนา จะลุบัดใจ
ข้าแต่พระเถร ผู้ชื่อมาลัย
ข้าพระจะไข บอกบุญสมภาร ฯ
๐ แห่งนางทั้งหลาย อันสร้างมานาน
พระตั้งใจบาน ชื่นชมฟังเอา
นางทั้งหลายนี้ เมื่อก่อนน้ันเขา
เกิดเป็นนงเยาว์ ในโลกแดนดิน ฯ
๐ วันพระน้อยใหญ่ นางได้จำศีล
ใส่ข้าวบาตรบิณฑ์ จังหันทุกวัน
แต่งอาหารไว้ ให้พระสงฆ์ฉัน
ผ้าเหลืองมีพรรณ นางให้ทั้งมวลฯ
๐ ธูปเทียนเครื่องไล้ มาลัยหอมหวล
ข้าวดอกครบถ้วน ย่อมล้วนพรรณเหลือง
ครั้นได้เกิดมา รัศมีรุ่งเรือง
สารพัดสีเหลือง คือแก้วไพทรูย์ ฯ
๐ นางมาเบื้องขวา ดูงามสมบรูณ์
สมบัติอดุลย์ อเนกคณนา
เดชะอันให้ ดอกไม้เครื่องทา
ได้สร้อยภูษา กับทั้งเทริดทอง ฯ
๐ ได้เครื่องประดับ รุุ่งเรืองเนืองนอง
ได้วิมานทอง เลิศล้นคณนา
นางตามเสด็จ มาฝ่ายเบื่้องขวา
แห่งพระราชา เจ้าฟ้าเมตไตรย์ ฯ บังอร ฯ
* คำว่า บังอร เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (ภาคพระศรีอารย์)
ภาคพระศรีอารย์
กาพย์ยานี ๑๑
๐ เมื่อนั้นพระศรีอารย์ มีนงคราญงามไสว
แสนโกฎิสี่อสงไขย แห่ห้อมล้อมพร้อมกันมา ฯ
๐ ฝ่ายหลังได้แสนโกฎิ ฝ่ายหลังโสดดุจเดียวนา
นางน้้นงามโสภา ทั้งไตรภพมิปูนปาน ฯ
๐ เบื้องขวาสร้อยสมโภช นางแสนโกฎิเป็นบริวาร
เบื้องซ้ายพระศรีอารย์ ได้แสนโกฎิล้วนางสวรรค์ ฯ
๐ พระศรีอารย์ไมตรี เสด็จท่ามกลางดั่งพระจันทร์
บริวารย่อมสาวสวรรค์ ประดุจดาวล้อมจันทร ฯ
๐ เบื้องหลังพระศรีอารย์ แสนโกฎิลานเทพอัปสร
รัศมีเครื่องอลังกรณ์ งามบวรรุ่งเรื่องฉาน ฯ
๐ ทั่งสี่ทิศนั้นเล่าโสด เรืองฉายโชติชัชวาล
รัศมีสร้อยอลังการ ยิ่งพระจันทร์วันเพ็ญศรี ฯ
๐ พระมาลัยเจ้าแลเห็น พระศรีอารยะไมตรี
จึงถามท้าวโกสีย์ ด้วยคำเพราะอ่อนเอาใจ ฯ
๐ ท่านน้ันพ้นประมาณ พระศรีอารย์ฤาว่าใคร
พระอินทร์จึงขานไข ว่านั่นแหละพระศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรเห็นเทวา มาก่อนหน้ายิ่งตระการ
ครั้นเห็นพระศรีอารย์ ยิ่งขึ้นไปได้แสนทวี ฯ
๐ ทวยเทพน้ันก็ถอยถด ลดลดลงทุกทุกที
เพราะเห็นพระไมตรี ผู้ประเสริฐเลิศภพไตร ฯ
๐ คุรุวนาดุจผู้หนึ่ง เห็นหิ่งห้อยว่าเรืองใส
คร้ันเห็นพระจันทร์ไซร้ หิ่งห้อยนั้นก็อับสูญ ฯ
๐ อันหนึ่งอุปมา เห็นเทวาว่าสมบรูณ์
คร้ันเห็นพุทธางกูร เทพหมู่น้ันก็หมองศรี ฯ
๐ พระเถรเห็นนางฟ้า มาก่อนหน้าพระไมตรี
จึงถามท้าวโกสีย์ เพื่อจะรู้จักอาการ ฯ
๐ สาวสวรรค์ล้วนนางฟ้า มาก่อนหน้าพระศรีอารย์
ทำบุญสร้างสมภาร ผลชื่อใดในเมืองคน ฯ
๐ พระอินทร์จึงเล่าขาน ถึงนงคราญสร้างกุศล
ให้รู้แจ้งแห่งเหตุผล นางทั้งหลายได้ทำมา ฯ
กาพย์เอกบท ๑๒
๐ นางอันมา ก่อนเบื้องหน้า ก่อนเจ้าฟ้า พระไมตรี ฯ
๐ มีรัศมี เป็นขาวล้วน อาภรณ์ถ้วน ล้วนพรรณขาว ฯ
๐ งามโฉมเฉิด สาวขาวสด งามหมดจด ใครจักปาน ฯ
๐ ได้ทำบุญ สิ่งใดบ้าง แต่ก่อนสร้าง กุศลใด ฯ
๐ จึงเกิดมา ในเมืองฟ้า มีพรรณนา ขาวนิรมล ฯ
๐ ทั้งลำตน สองแขนอ่อน ทรงอาภรณ์ ภักตร์พึงชม ฯ
๐ รุูปอุดม สมทุกสิ่ง เห็นงามยิ่ง เนื้อพรรณขาว ฯ
๐ น่าชื่นชม ชาวมาหน้า ก่อนผ่านฟ้า พระศรีอารย์ ฯ
๐ แก้วประพาฬ มาเทียมเทียบ เอามาเปรียบ มิเหมือนกัน ฯ
๐ รัศมีจันทร์ ได้แสนโกฎิ ดั่งนั้นโสด มิปูนปาน ฯ
๐ ได้ทำทาน ใดแต่ก่อน เนื้อขาวอ่อน ดั่งสำลี ฯ
๐ เราขอถาม ท้าวตรีเนตร จงแจ้งเหตุ แห่งสมภาร ฯ
๐ เมื่อสมเด็จ ท้าวตรีเนตร จะบอกเหตุ แห่งนงคราญ ฯ
๐ สำแดงการ แลบอกเล่า แก่พระเจ้า ชื่อมาลัย ฯ
๐ จึงบอกไป มิทันนาน ซึ่งผลทาน แห่งนางฟ้า ฯ
๐ ไหว้วันทา ขึ้นเหนือเกศ สำแดงเหตุ แห่งกุศล ฯ
๐ นางทั้งหลาย เมื่อก่อนเกิด เอากำเนิด ในเมืองคน ฯ
๐ ทำกุศล จำศีลสร้าง ให้ทานบ้าง ภาวนา ฯ
๐ น้ำมันหอม อันอาบอบ หมอตระหลบ ทั้วทิศา ฯ
๐ ให้อาหาร อันเอมโอช มธุรส อันเจือจาน ฯ
๐ เครื่องตระการ งามทุกสิ่ง เห็นงามยิ่ง ขาวทุกพรรณ ฯ
๐ ให้อาหาร อันขาวสด ทั้งข้าวโพด ขาวครามครัน ฯ
๐ ให้ผ้าดี มีพรรณเลิศ ขาวประเสริฐ ดั่งสีสังข์ ฯ
๐ ให้ทั้งดวง พวงดอกไม้ เครื่องลูบไล้ ย่อมล้วนขาว ฯ
๐ สารพัดขาว แลขาวอ่อน ให้ฟูกหมอน ขาวสดใส ฯ
๐ ทั้งน้ำใจ ก็พรายแพรว ขาวดั่งแก้ว แก้วประพาฬ ฯ
๐ ศรัทธาทาน ใจระรื่น หน้าแช่มชื่น ชมยินดี ฯ
๐ แก่พระศรี สัพพัญญู สมเด็จผู้ หน่อพุทธองค์ ฯ
๐ ผู้ทรงธรรม อันยิ่งยวด ผู้ทรงผนวช บวชเป็นสงฆ์ ฯ
๐ต้ังใจปลง จะขอพบ ขอประสบ พระศรีอารย์ ฯ
๐ จำเริญทาน จำศีลเรียน ศรัทธาเพียร ดั้งภาวนา ฯ
๐ สิ้นชาติมา อยู่เมืองฟ้า อยู่เบื้องหน้า พระศรีอารย์ ฯ
๐ รูปนงคราญ หน้าแน่งน้อย ขาวแช่มช้อย หน้านวลศรี ฯ
๐ มีรัศมี ขาวขาวสด งามหมดจด ทั้วสารพางค์ ฯ
๐ หน้าสำอาง ขาวขาวแจ่ม เจรจาแย้ม ยิ้มพรายพราย ฯ
๐ เดชะถวาย ซึ่งข้าวโพด รูปโฉมโสด หน้าสะคราญ ฯ
๐ เดขะให้ ทานดอกไม้ จึงมาได้ รัศมีขาว ฯ
๐ เดชะบุญ ชาวเจ้าแม่ ให้แป้งแผ่ ลูบไล้ทา ฯ
๐ ครั้นมาเกิด ในดุสิต ขาวพิจิตร งามสะคราญ ฯ
๐ เดชะให้ทาน ซึ่งฟูกหมอน ขาวเนื้ออ่อน ดั่งสำลี ฯ
๐ ให้ผ้าดี เนื้อละเอียด เส้นละเมียด เนื้อละไม ฯ
๐ เกิดมาใน แห่งเมืองฟ้า ได้เสื้อผ้า แลอาภรณ์ ฯ
๐ กำไลกร ใส่เข็มขัด สะอิ้งรัด สะเอวกลม ฯ
๐ มีมงกุฎ ประดับเกศ สร้อยคอเพชร รจนา ฯ
๐ ห้อมล้อมมา อยู่ฝ่ายหน้า ก่อนเจ้าฟ้า พระศรีอารย์ ฯ
๐ งามประเสริฐ โพธิสัตว์ ผู้จะตรัส เป็นพุทธองค์ ฯ
๐ อานิสงส์ ชาวเจ้าแม่ ได้สร้างแล้ แตเมืองคน ฯ
๐ ทำกุศล ล้นอเนก อดิเรก ด้วยอาหาร ฯ
๐ บอกกุศล ผลดั่งนี้ ชี้ให้พระ มาลัยฟัง ฯ
๐ ผลบุญนาง ได้สร้างแล้ว ได้วิมานแก้ว ล้วนพรรณขาว ฯ ฉัน ฯ
*ฉัน เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปึ่พาทย์เมื่อสวดจบ
แสนโกฎิสี่อสงไขย แห่ห้อมล้อมพร้อมกันมา ฯ
๐ ฝ่ายหลังได้แสนโกฎิ ฝ่ายหลังโสดดุจเดียวนา
นางน้้นงามโสภา ทั้งไตรภพมิปูนปาน ฯ
๐ เบื้องขวาสร้อยสมโภช นางแสนโกฎิเป็นบริวาร
เบื้องซ้ายพระศรีอารย์ ได้แสนโกฎิล้วนางสวรรค์ ฯ
๐ พระศรีอารย์ไมตรี เสด็จท่ามกลางดั่งพระจันทร์
บริวารย่อมสาวสวรรค์ ประดุจดาวล้อมจันทร ฯ
๐ เบื้องหลังพระศรีอารย์ แสนโกฎิลานเทพอัปสร
รัศมีเครื่องอลังกรณ์ งามบวรรุ่งเรื่องฉาน ฯ
๐ ทั่งสี่ทิศนั้นเล่าโสด เรืองฉายโชติชัชวาล
รัศมีสร้อยอลังการ ยิ่งพระจันทร์วันเพ็ญศรี ฯ
๐ พระมาลัยเจ้าแลเห็น พระศรีอารยะไมตรี
จึงถามท้าวโกสีย์ ด้วยคำเพราะอ่อนเอาใจ ฯ
๐ ท่านน้ันพ้นประมาณ พระศรีอารย์ฤาว่าใคร
พระอินทร์จึงขานไข ว่านั่นแหละพระศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรเห็นเทวา มาก่อนหน้ายิ่งตระการ
ครั้นเห็นพระศรีอารย์ ยิ่งขึ้นไปได้แสนทวี ฯ
๐ ทวยเทพน้ันก็ถอยถด ลดลดลงทุกทุกที
เพราะเห็นพระไมตรี ผู้ประเสริฐเลิศภพไตร ฯ
๐ คุรุวนาดุจผู้หนึ่ง เห็นหิ่งห้อยว่าเรืองใส
คร้ันเห็นพระจันทร์ไซร้ หิ่งห้อยนั้นก็อับสูญ ฯ
๐ อันหนึ่งอุปมา เห็นเทวาว่าสมบรูณ์
คร้ันเห็นพุทธางกูร เทพหมู่น้ันก็หมองศรี ฯ
๐ พระเถรเห็นนางฟ้า มาก่อนหน้าพระไมตรี
จึงถามท้าวโกสีย์ เพื่อจะรู้จักอาการ ฯ
๐ สาวสวรรค์ล้วนนางฟ้า มาก่อนหน้าพระศรีอารย์
ทำบุญสร้างสมภาร ผลชื่อใดในเมืองคน ฯ
๐ พระอินทร์จึงเล่าขาน ถึงนงคราญสร้างกุศล
ให้รู้แจ้งแห่งเหตุผล นางทั้งหลายได้ทำมา ฯ
กาพย์เอกบท ๑๒
๐ นางอันมา ก่อนเบื้องหน้า ก่อนเจ้าฟ้า พระไมตรี ฯ
๐ มีรัศมี เป็นขาวล้วน อาภรณ์ถ้วน ล้วนพรรณขาว ฯ
๐ งามโฉมเฉิด สาวขาวสด งามหมดจด ใครจักปาน ฯ
๐ ได้ทำบุญ สิ่งใดบ้าง แต่ก่อนสร้าง กุศลใด ฯ
๐ จึงเกิดมา ในเมืองฟ้า มีพรรณนา ขาวนิรมล ฯ
๐ ทั้งลำตน สองแขนอ่อน ทรงอาภรณ์ ภักตร์พึงชม ฯ
๐ รุูปอุดม สมทุกสิ่ง เห็นงามยิ่ง เนื้อพรรณขาว ฯ
๐ น่าชื่นชม ชาวมาหน้า ก่อนผ่านฟ้า พระศรีอารย์ ฯ
๐ แก้วประพาฬ มาเทียมเทียบ เอามาเปรียบ มิเหมือนกัน ฯ
๐ รัศมีจันทร์ ได้แสนโกฎิ ดั่งนั้นโสด มิปูนปาน ฯ
๐ ได้ทำทาน ใดแต่ก่อน เนื้อขาวอ่อน ดั่งสำลี ฯ
๐ เราขอถาม ท้าวตรีเนตร จงแจ้งเหตุ แห่งสมภาร ฯ
๐ เมื่อสมเด็จ ท้าวตรีเนตร จะบอกเหตุ แห่งนงคราญ ฯ
๐ สำแดงการ แลบอกเล่า แก่พระเจ้า ชื่อมาลัย ฯ
๐ จึงบอกไป มิทันนาน ซึ่งผลทาน แห่งนางฟ้า ฯ
๐ ไหว้วันทา ขึ้นเหนือเกศ สำแดงเหตุ แห่งกุศล ฯ
๐ นางทั้งหลาย เมื่อก่อนเกิด เอากำเนิด ในเมืองคน ฯ
๐ ทำกุศล จำศีลสร้าง ให้ทานบ้าง ภาวนา ฯ
๐ น้ำมันหอม อันอาบอบ หมอตระหลบ ทั้วทิศา ฯ
๐ ให้อาหาร อันเอมโอช มธุรส อันเจือจาน ฯ
๐ เครื่องตระการ งามทุกสิ่ง เห็นงามยิ่ง ขาวทุกพรรณ ฯ
๐ ให้อาหาร อันขาวสด ทั้งข้าวโพด ขาวครามครัน ฯ
๐ ให้ผ้าดี มีพรรณเลิศ ขาวประเสริฐ ดั่งสีสังข์ ฯ
๐ ให้ทั้งดวง พวงดอกไม้ เครื่องลูบไล้ ย่อมล้วนขาว ฯ
๐ สารพัดขาว แลขาวอ่อน ให้ฟูกหมอน ขาวสดใส ฯ
๐ ทั้งน้ำใจ ก็พรายแพรว ขาวดั่งแก้ว แก้วประพาฬ ฯ
๐ ศรัทธาทาน ใจระรื่น หน้าแช่มชื่น ชมยินดี ฯ
๐ แก่พระศรี สัพพัญญู สมเด็จผู้ หน่อพุทธองค์ ฯ
๐ ผู้ทรงธรรม อันยิ่งยวด ผู้ทรงผนวช บวชเป็นสงฆ์ ฯ
๐ต้ังใจปลง จะขอพบ ขอประสบ พระศรีอารย์ ฯ
๐ จำเริญทาน จำศีลเรียน ศรัทธาเพียร ดั้งภาวนา ฯ
๐ สิ้นชาติมา อยู่เมืองฟ้า อยู่เบื้องหน้า พระศรีอารย์ ฯ
๐ รูปนงคราญ หน้าแน่งน้อย ขาวแช่มช้อย หน้านวลศรี ฯ
๐ มีรัศมี ขาวขาวสด งามหมดจด ทั้วสารพางค์ ฯ
๐ หน้าสำอาง ขาวขาวแจ่ม เจรจาแย้ม ยิ้มพรายพราย ฯ
๐ เดชะถวาย ซึ่งข้าวโพด รูปโฉมโสด หน้าสะคราญ ฯ
๐ เดขะให้ ทานดอกไม้ จึงมาได้ รัศมีขาว ฯ
๐ เดชะบุญ ชาวเจ้าแม่ ให้แป้งแผ่ ลูบไล้ทา ฯ
๐ ครั้นมาเกิด ในดุสิต ขาวพิจิตร งามสะคราญ ฯ
๐ เดชะให้ทาน ซึ่งฟูกหมอน ขาวเนื้ออ่อน ดั่งสำลี ฯ
๐ ให้ผ้าดี เนื้อละเอียด เส้นละเมียด เนื้อละไม ฯ
๐ เกิดมาใน แห่งเมืองฟ้า ได้เสื้อผ้า แลอาภรณ์ ฯ
๐ กำไลกร ใส่เข็มขัด สะอิ้งรัด สะเอวกลม ฯ
๐ มีมงกุฎ ประดับเกศ สร้อยคอเพชร รจนา ฯ
๐ ห้อมล้อมมา อยู่ฝ่ายหน้า ก่อนเจ้าฟ้า พระศรีอารย์ ฯ
๐ งามประเสริฐ โพธิสัตว์ ผู้จะตรัส เป็นพุทธองค์ ฯ
๐ อานิสงส์ ชาวเจ้าแม่ ได้สร้างแล้ แตเมืองคน ฯ
๐ ทำกุศล ล้นอเนก อดิเรก ด้วยอาหาร ฯ
๐ บอกกุศล ผลดั่งนี้ ชี้ให้พระ มาลัยฟัง ฯ
๐ ผลบุญนาง ได้สร้างแล้ว ได้วิมานแก้ว ล้วนพรรณขาว ฯ ฉัน ฯ
*ฉัน เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปึ่พาทย์เมื่อสวดจบ
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๔)
กาพย์ร่ายไม้ ๓๒
๐ ยังมีเทพหนึ่ง บริวารถึงแสน
แต่ล้วนนางแมน ห้อมล้อมกันมา
พระเถรเล็งเห็น จึงถามอินทรา
พระไมตรีมา โน่นหรือฉันใด ฯ
๐ เมื่อน้ันพระอินทร์ จึ่งขานตอบไป
เทพบุตรนี้ไซร้ ใช่พระศรีอารย์
เทพนี้ปรากฎ ด้วยยศบริวาร
ได้สร้างสมภาร ทำบุญสิ่งใด ฯ
๐ บริวารห้อมล้อม สะพรึบพร้อมมาไสว
ทำบุญชื่อใด เมื่ออยู่เป็นคน
มาไหว้พระเจดีย์ เป็นสุขสถาผล
เมื่ออยู่เป็นคน ทำกุศลชื่อใด ฯ
๐ เทพนี้เมื่อก่อน เป็นเทพเข็ญใจ
อยู่ในเมืองใหญ่ อนุราชบุรี
ชายนั้นรักษา ศีลห้าด้วยดี
ปัญญาก็มี น้ำใจกุศล ฯ
๐ เกี่ยวหญ้ามาขาย ตามเข็ญใจตน
โดยชอบกุศล ตามโลกวิสัย
ชายนั้นเดินตาม ริมแม่น้ำไป
เห็นทรายผ่องใส ดั่งเงินโสภา ฯ
๐ ชายน้ันเห็นทราย จึงเกิดศรัทธา
ประมวลเข้ามา ก่อพระเจดีย์
ชายน้ันกราบกราน ยกกรชุลี
ชื่นชมยินดี จึ่งกล่าวคาถา ฯ เชิด ฯ
กาพย์ยานี ๑๑
๐ พระสถูปเจดีย์ทราย งามพรรณรายเห็นสมบรูณ์
ดุจดั่งแก้วไพทรูย์ รัศมีเลื่อมเลื่อมเรืองพราย ฯ
๐ รุ่งเรืองคือกองไฟ งามแสงใสด้วยแสงทราย
เฉิดฉันงามพรรณราย ดูพิจิตรงามโสภา ฯ
๐ เร่งยินดียอกรไหว้ เพราะตนได้แต่งรจนา
น้อมตัวอ่อนลงมา ร้องออกปากสรรเสริญชม ฯ
๐ น้ำจิตก็โอนอ่อน ประนมกรขึ้นบังคม
เก็บดอกไม้มาผสม เรียงเรียบไว้ถวายบูชา ฯ
๐ เลี้ยงดูบำเรอสงฆ์ ให้สบงจีวรมา
ฉลองทานเป็นนาวา จะขี่ข้ามพ้นสงสาร ฯ
๐ บุญก่อเจดีย์ทราย ได้นางฟ้าเป็นบริวาร
แสนหนึ่งล้วนสะคราญ เป็นบริวารหน้านวลศรี ฯ
๐ เทพนั้นเสด็จเข้ามา ถวายวันทาพระเจดีย์
กราบกรานอัญชุลี ประนมกรด้วยบรรจง ฯ
๐ ทักษิณทั้งแปดทิศ ไหว้พระแล้วนั่งลง
ในสถานที่จำนง อันเคยนั่งนั้นถัดไป ฯ ฉัน ฯ
* ฉัน เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
จบภาคสวรรค์
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๓)
กาพย์หยาดฝน ๑๔
๐ เทพผู้หนึ่งเสด็จลินลา ยาตรามาแน่นเนืองครืน
มีนางสวรรค์ได้เก้าหมื่น สะพรึบพร้อมล้อมมาไสว ฯ
๐ ตามเทียนทองกรองดอกไม้ ก้มกราบไหว้แล้ววันทา
ด้วยจิตชื่นชมโสมนัสศรัทธา อันเป็นสุขสำราญใจ ฯ
๐ พระเถรเห็นเทพมาแต่ไกล จึงถามไปแก่ท้าวอินทรา
อันเทพโน้นงามโสภา ศรีอารย์มาหรือเทพใด ฯ
๐ อินทราจึงแถลงแจ้งบัดใจ เทพนี้มิใช่หน่อพระทศพล
พระมาลัยถามไปบัดดล เทพนั้นสร้างกุศลผลบุญใดมา ฯ
๐ พระอินทรจึงบอกว่าเทวา บุญได้สร้างมาแต่ก่อนนั้นไซร้
อยู่บ้านกรรณิกาเป็นทีอาศัย แห่งชายเข็ญใจอยู่ในลังกา ฯ
๐ เห็นเจดีย์บรรจุธาตุพระศาสดา ชายนั้นศรัทธาชื่นชมยินดี
อุทิศซึ่งหัวเป็นดอกบัวศรี ตาทั้งสองนี้ต่างชวาลา ฯ
๐ สุรเสียงอันใดที่กล่าววาจา อ่อนหวานนั้นหนาเป็นธูปเทียนมาลี
น้ำใจอุทิศเป็นน้ำหอมดี หูทั้งสองนี้ให้เป็นใบธง ฯ
๐ ทั้งตัวของเขาอันบรรจง ถวายเป็นเสาธงพระธาตุบูชา
ให้ทานจำศีลและภาวนา มีใจเมตตาศรัทธาทุกวัน ฯ
๐ ชักชวนสัปบุรุษให้มาฟังธรรม์ มิขาดวันเป็นนิตย์อัตรา
เดชะกุศลอุทิศตนบูชา จึงได้นางฟ้าเก้าหมื่นบริวาร ฯ
๐ เทพนั้นประนมบังคมมมัสการ พระเจดีย์ฐานพระเกศจุฬา
ทักษิณแปดทิศแล้วจึงวันทา ด้วยใจปรีดาชื่นชมยินดี ฯ
๐ จึงถวายธูปเทียนดอกไม้มีศรี รุ่งเรืองรูจึสว่างชัชวาล
ครั้นแล้วนั่งเรียงเคียงกันในสถาน กับด้วยบริวารลำดับน้ันมา ฯ ฉัน* ฯ
( ฉบับเดิมว่า วัสสันตติดิลกฉันท์)
*ฉัน เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๒)
กาพย์ยานี ๑๑
๐ เทพหนึ่งดูดาษดา ยาตรามาอยู่ครึกครื้น
มีนางสวรรค์ได้เจ็ดหมื่น สพรึบพร้อมล้อมกันมา ฯ
๐ พระเถรทอดตาเห็น จึงถามท้าวอัมรินทรา
มาโน้นดูโสภา พระไมตรีหรือฉันใด ฯ
๐ พระศรีอารย์ท่านมาหรือ เสียงบันลือพิลึกใจ
อินทราจึงขานไข ว่ามิใช่พระศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรถามว่าใคร งามโสภาชัชวาล
เมื่อก่อนสร้างสมภาร ทำบุญใดในโลกา ฯ
๐ โกสีย์เธอจึงไข พระมาลัยกล่าวปุจฉา
อานิสงส์ของเทพา สั่งสมมาแต่เมืองคน ฯ
๐ เทพน้ันเมื่อชาติก่อน เป็นเณรน้อยใจกุศล
มิประมาทมิลืมตน มิได้เคียดแก่อาจารย์ ฯ
๐ ทำนุบำรุงชม ไหว้พระนมรับคำขาน
ทรงศีลสิบประการ ก้มกราบนบซบเศียรลง ฯ
๐ ไหว้พระเป็นนิรันดร์ เขียนเรียนธรรมด้วยบรรจง
ปรนนิบัติแก่พระสงฆ์ เข้าใกล้แล้วและรักษา ฯ
๐ ถวายน้ำเย็นและน้ำร้อน อยู่นวดฟั้นคั้นบาทา
กลางคืนอยู่รักษา เมื่อกลางวันอยู่เฝ้าแหน ฯ
๐ เมื่อพระครูผู้ใหญ่ เสด็จไปไหว้พระแทน
ประทีปตามโคมแขวน กวาดปัดแผ้วให้ผ่องใส ฯ
๐ อุปถัมภ์แล้วค้ำชู มิให้ครูได้ยากใจ
ทรงศีลครองวินัย ศีลสิบไซร้มิให้หมอง ฯ
๐ ด้วยเดชะบุญดั่งนี้ จึ่งได้มีวิมานทอง
มีชาวแม่ล้อมเนืองนอง เพราะบุญตนรักษาครู ฯ
๐ สาวสวรรค์เจ็ดหมื่นล้อม มาแห่ห้อมล้อมพรั่งพรู
บุญตนรักษาครู ได้นางฟ้าหน้านวลศรี ฯ
๐ เทพน้ันเสด็จมา ถวายวันทาพระเจดีย์
ด้วยชาวแม่แลสาวศรี ทั้งเจ็ดหมื่นล้วนสาวสวรรค์ ฯ
๐ ทักษิณทั้งแปดทิศ แล้วสถิตลงพร้อมกัน
ในสถานอันก่อนนั้น อันเคยนั้งแต่ก่อนมา ฯ ราบ ฯ
กาพย์ร่ายไม้ ๓๒
๐ ยังมีเทพหนึ่ง บริวารเครงครื้น
สาวสวรรค์แปดหมื่น ห้อมล้อมกันมา
มือถือดอกไม้ ธูปเทียนชวาลา
คร้ันถึงวันทา ไหว้พระเจดีย์ ฯ
๐ พระเถรเล็งเห็น ถามท้าวโกสีย์
โน้นพระไมตรี มาโน่นหรือใคร
อินทราจึ่งบอก มานั่นมิใช่
พระเถรว่าใคร เห็นมากนักหนา ฯ
๐ ทำบุญสิ่งใด ได้ดั่งนี้นา
เดชะฤทธา อานุภาพเรืองรอง
มีหมู่นางสวรรค์ ห้อมล้อมเนืองนอง
เมื่อก่อนน้ันครอง กุศลชื่อใด ฯ
๐ เทพน้ันแต่ก่อน เป็นคนเข็ญใจ
เห็นภิกษุไป บิณฑบาตเดินจร
เอาข้าวแห่งตน มาตักบาตรก่อน
ร้องด้วยเสียงอ่อน ป่าวร้องท่านไป ฯ
๐ แม้เจ้าเรือนอยู่ มิรู้มิใส่
ชายนั้นบอกไป ให้รู้ข่าวขจร
ดูราชาวเรา มาใส่บาตรก่อน
พระสงฆ์เดินจร แทบตรอกเรือนเรา ฯ
๐ มากน้อยตามได้ ใส่บาตรเถิดเจ้า
ตามศรัทธาเรา พ่อแม่ทั้งหลาย
ชาวบ้านได้ยิน คำกะทาชาย
ยินดีมากมาย เอาข้าวไปใส่ ฯ
๐ ลางทีชายน้ัน เอาภาชนะไป
ใส่มาแต่ไกล ไปด้วยหาบหาม
ชักชวนสัปบุรุษ ใส่บาตรด้วยงาม
ค่อยบอกค่อยถาม ค่อยเล้าโลมเอา ฯ
๐ เพื่อให้เป็นบุญ เป็นคุณแก่เขา
กับตัวของเรา บรรลุนิพพาน
เพราะบุญดั่งนี้ จึงได้วิมาน
นางสวรรค์สะคราญ แปดหมื่นล้อมมา ฯ
๐ เทพนั้นเสด็จใน ท่ามกลางนางฟ้า
คร้ันถึงวันทา ไหว้พระเจดีย์
ไหว้ทั้งแปดทิศ ยกกรชุลี
แล้วนั่งตามที่ ลำดับกันไป ฯ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




