วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๔)
กาพย์ร่ายไม้ ๓๒
๐ ยังมีเทพหนึ่ง บริวารถึงแสน
แต่ล้วนนางแมน ห้อมล้อมกันมา
พระเถรเล็งเห็น จึงถามอินทรา
พระไมตรีมา โน่นหรือฉันใด ฯ
๐ เมื่อน้ันพระอินทร์ จึ่งขานตอบไป
เทพบุตรนี้ไซร้ ใช่พระศรีอารย์
เทพนี้ปรากฎ ด้วยยศบริวาร
ได้สร้างสมภาร ทำบุญสิ่งใด ฯ
๐ บริวารห้อมล้อม สะพรึบพร้อมมาไสว
ทำบุญชื่อใด เมื่ออยู่เป็นคน
มาไหว้พระเจดีย์ เป็นสุขสถาผล
เมื่ออยู่เป็นคน ทำกุศลชื่อใด ฯ
๐ เทพนี้เมื่อก่อน เป็นเทพเข็ญใจ
อยู่ในเมืองใหญ่ อนุราชบุรี
ชายนั้นรักษา ศีลห้าด้วยดี
ปัญญาก็มี น้ำใจกุศล ฯ
๐ เกี่ยวหญ้ามาขาย ตามเข็ญใจตน
โดยชอบกุศล ตามโลกวิสัย
ชายนั้นเดินตาม ริมแม่น้ำไป
เห็นทรายผ่องใส ดั่งเงินโสภา ฯ
๐ ชายน้ันเห็นทราย จึงเกิดศรัทธา
ประมวลเข้ามา ก่อพระเจดีย์
ชายน้ันกราบกราน ยกกรชุลี
ชื่นชมยินดี จึ่งกล่าวคาถา ฯ เชิด ฯ
กาพย์ยานี ๑๑
๐ พระสถูปเจดีย์ทราย งามพรรณรายเห็นสมบรูณ์
ดุจดั่งแก้วไพทรูย์ รัศมีเลื่อมเลื่อมเรืองพราย ฯ
๐ รุ่งเรืองคือกองไฟ งามแสงใสด้วยแสงทราย
เฉิดฉันงามพรรณราย ดูพิจิตรงามโสภา ฯ
๐ เร่งยินดียอกรไหว้ เพราะตนได้แต่งรจนา
น้อมตัวอ่อนลงมา ร้องออกปากสรรเสริญชม ฯ
๐ น้ำจิตก็โอนอ่อน ประนมกรขึ้นบังคม
เก็บดอกไม้มาผสม เรียงเรียบไว้ถวายบูชา ฯ
๐ เลี้ยงดูบำเรอสงฆ์ ให้สบงจีวรมา
ฉลองทานเป็นนาวา จะขี่ข้ามพ้นสงสาร ฯ
๐ บุญก่อเจดีย์ทราย ได้นางฟ้าเป็นบริวาร
แสนหนึ่งล้วนสะคราญ เป็นบริวารหน้านวลศรี ฯ
๐ เทพนั้นเสด็จเข้ามา ถวายวันทาพระเจดีย์
กราบกรานอัญชุลี ประนมกรด้วยบรรจง ฯ
๐ ทักษิณทั้งแปดทิศ ไหว้พระแล้วนั่งลง
ในสถานที่จำนง อันเคยนั่งนั้นถัดไป ฯ ฉัน ฯ
* ฉัน เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
จบภาคสวรรค์
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๓)
กาพย์หยาดฝน ๑๔
๐ เทพผู้หนึ่งเสด็จลินลา ยาตรามาแน่นเนืองครืน
มีนางสวรรค์ได้เก้าหมื่น สะพรึบพร้อมล้อมมาไสว ฯ
๐ ตามเทียนทองกรองดอกไม้ ก้มกราบไหว้แล้ววันทา
ด้วยจิตชื่นชมโสมนัสศรัทธา อันเป็นสุขสำราญใจ ฯ
๐ พระเถรเห็นเทพมาแต่ไกล จึงถามไปแก่ท้าวอินทรา
อันเทพโน้นงามโสภา ศรีอารย์มาหรือเทพใด ฯ
๐ อินทราจึงแถลงแจ้งบัดใจ เทพนี้มิใช่หน่อพระทศพล
พระมาลัยถามไปบัดดล เทพนั้นสร้างกุศลผลบุญใดมา ฯ
๐ พระอินทรจึงบอกว่าเทวา บุญได้สร้างมาแต่ก่อนนั้นไซร้
อยู่บ้านกรรณิกาเป็นทีอาศัย แห่งชายเข็ญใจอยู่ในลังกา ฯ
๐ เห็นเจดีย์บรรจุธาตุพระศาสดา ชายนั้นศรัทธาชื่นชมยินดี
อุทิศซึ่งหัวเป็นดอกบัวศรี ตาทั้งสองนี้ต่างชวาลา ฯ
๐ สุรเสียงอันใดที่กล่าววาจา อ่อนหวานนั้นหนาเป็นธูปเทียนมาลี
น้ำใจอุทิศเป็นน้ำหอมดี หูทั้งสองนี้ให้เป็นใบธง ฯ
๐ ทั้งตัวของเขาอันบรรจง ถวายเป็นเสาธงพระธาตุบูชา
ให้ทานจำศีลและภาวนา มีใจเมตตาศรัทธาทุกวัน ฯ
๐ ชักชวนสัปบุรุษให้มาฟังธรรม์ มิขาดวันเป็นนิตย์อัตรา
เดชะกุศลอุทิศตนบูชา จึงได้นางฟ้าเก้าหมื่นบริวาร ฯ
๐ เทพนั้นประนมบังคมมมัสการ พระเจดีย์ฐานพระเกศจุฬา
ทักษิณแปดทิศแล้วจึงวันทา ด้วยใจปรีดาชื่นชมยินดี ฯ
๐ จึงถวายธูปเทียนดอกไม้มีศรี รุ่งเรืองรูจึสว่างชัชวาล
ครั้นแล้วนั่งเรียงเคียงกันในสถาน กับด้วยบริวารลำดับน้ันมา ฯ ฉัน* ฯ
( ฉบับเดิมว่า วัสสันตติดิลกฉันท์)
*ฉัน เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๒)
กาพย์ยานี ๑๑
๐ เทพหนึ่งดูดาษดา ยาตรามาอยู่ครึกครื้น
มีนางสวรรค์ได้เจ็ดหมื่น สพรึบพร้อมล้อมกันมา ฯ
๐ พระเถรทอดตาเห็น จึงถามท้าวอัมรินทรา
มาโน้นดูโสภา พระไมตรีหรือฉันใด ฯ
๐ พระศรีอารย์ท่านมาหรือ เสียงบันลือพิลึกใจ
อินทราจึงขานไข ว่ามิใช่พระศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรถามว่าใคร งามโสภาชัชวาล
เมื่อก่อนสร้างสมภาร ทำบุญใดในโลกา ฯ
๐ โกสีย์เธอจึงไข พระมาลัยกล่าวปุจฉา
อานิสงส์ของเทพา สั่งสมมาแต่เมืองคน ฯ
๐ เทพน้ันเมื่อชาติก่อน เป็นเณรน้อยใจกุศล
มิประมาทมิลืมตน มิได้เคียดแก่อาจารย์ ฯ
๐ ทำนุบำรุงชม ไหว้พระนมรับคำขาน
ทรงศีลสิบประการ ก้มกราบนบซบเศียรลง ฯ
๐ ไหว้พระเป็นนิรันดร์ เขียนเรียนธรรมด้วยบรรจง
ปรนนิบัติแก่พระสงฆ์ เข้าใกล้แล้วและรักษา ฯ
๐ ถวายน้ำเย็นและน้ำร้อน อยู่นวดฟั้นคั้นบาทา
กลางคืนอยู่รักษา เมื่อกลางวันอยู่เฝ้าแหน ฯ
๐ เมื่อพระครูผู้ใหญ่ เสด็จไปไหว้พระแทน
ประทีปตามโคมแขวน กวาดปัดแผ้วให้ผ่องใส ฯ
๐ อุปถัมภ์แล้วค้ำชู มิให้ครูได้ยากใจ
ทรงศีลครองวินัย ศีลสิบไซร้มิให้หมอง ฯ
๐ ด้วยเดชะบุญดั่งนี้ จึ่งได้มีวิมานทอง
มีชาวแม่ล้อมเนืองนอง เพราะบุญตนรักษาครู ฯ
๐ สาวสวรรค์เจ็ดหมื่นล้อม มาแห่ห้อมล้อมพรั่งพรู
บุญตนรักษาครู ได้นางฟ้าหน้านวลศรี ฯ
๐ เทพน้ันเสด็จมา ถวายวันทาพระเจดีย์
ด้วยชาวแม่แลสาวศรี ทั้งเจ็ดหมื่นล้วนสาวสวรรค์ ฯ
๐ ทักษิณทั้งแปดทิศ แล้วสถิตลงพร้อมกัน
ในสถานอันก่อนนั้น อันเคยนั้งแต่ก่อนมา ฯ ราบ ฯ
กาพย์ร่ายไม้ ๓๒
๐ ยังมีเทพหนึ่ง บริวารเครงครื้น
สาวสวรรค์แปดหมื่น ห้อมล้อมกันมา
มือถือดอกไม้ ธูปเทียนชวาลา
คร้ันถึงวันทา ไหว้พระเจดีย์ ฯ
๐ พระเถรเล็งเห็น ถามท้าวโกสีย์
โน้นพระไมตรี มาโน่นหรือใคร
อินทราจึ่งบอก มานั่นมิใช่
พระเถรว่าใคร เห็นมากนักหนา ฯ
๐ ทำบุญสิ่งใด ได้ดั่งนี้นา
เดชะฤทธา อานุภาพเรืองรอง
มีหมู่นางสวรรค์ ห้อมล้อมเนืองนอง
เมื่อก่อนน้ันครอง กุศลชื่อใด ฯ
๐ เทพน้ันแต่ก่อน เป็นคนเข็ญใจ
เห็นภิกษุไป บิณฑบาตเดินจร
เอาข้าวแห่งตน มาตักบาตรก่อน
ร้องด้วยเสียงอ่อน ป่าวร้องท่านไป ฯ
๐ แม้เจ้าเรือนอยู่ มิรู้มิใส่
ชายนั้นบอกไป ให้รู้ข่าวขจร
ดูราชาวเรา มาใส่บาตรก่อน
พระสงฆ์เดินจร แทบตรอกเรือนเรา ฯ
๐ มากน้อยตามได้ ใส่บาตรเถิดเจ้า
ตามศรัทธาเรา พ่อแม่ทั้งหลาย
ชาวบ้านได้ยิน คำกะทาชาย
ยินดีมากมาย เอาข้าวไปใส่ ฯ
๐ ลางทีชายน้ัน เอาภาชนะไป
ใส่มาแต่ไกล ไปด้วยหาบหาม
ชักชวนสัปบุรุษ ใส่บาตรด้วยงาม
ค่อยบอกค่อยถาม ค่อยเล้าโลมเอา ฯ
๐ เพื่อให้เป็นบุญ เป็นคุณแก่เขา
กับตัวของเรา บรรลุนิพพาน
เพราะบุญดั่งนี้ จึงได้วิมาน
นางสวรรค์สะคราญ แปดหมื่นล้อมมา ฯ
๐ เทพนั้นเสด็จใน ท่ามกลางนางฟ้า
คร้ันถึงวันทา ไหว้พระเจดีย์
ไหว้ทั้งแปดทิศ ยกกรชุลี
แล้วนั่งตามที่ ลำดับกันไป ฯ
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๑)
กาพย์ร่ายไม้ ๓๒
๐ ยังมีเทพหนึ่ง บริวารสี่หมื่น
เสด็จมาชมชืน ไหว้พระเจดีย์
พระเถรเล็งเห็น ถามท้าวโกสีย์
องค์พระไมตรี มาโพ้นหรือไร ฯ
๐ พระอินทร์จึงขาน ไหว้พลางตอบไป
ใช่พระเมตไตรย หน่อพระพุทธองค์
พระเถรว่าใคร แลไปยิ่งยง
อินทราว่าใช่องค์ ใช่พระทศพล ฯ
๐ พระเถรจึงถาม ความในกุศล
เทพนี้เมื่อเป็นคน สร้างผลชื่อใด
มีอานุภาพ มากล้นเหลือใจ
บริวารงามไสว ล้วนนางสาวศรี ฯ
๐ เทพนี้เมื่อก่อน เป็นช่างหูกดี
ปัญญาก็มี ทำบุญมิหย่อน
อยู่เมื่องอนุราช บุรีนคร
ช่างหูกบวร คือเพชรฉลูกรรม์ ฯ
๐ ชายน้ันแลเห็น ซากผีขมีขมัน
เก็บฟืนด้วยพลัน มาเผาเอาบุญ
นิมนต์พระสงฆ์ ให้บังสุกุล
ให้ทานทำบุญ อุทิศส่งไป ฯ
๐ ชายน้ันตักบาตร อาคาสผ้าไตร
ฟูกหมอนที่นอนใหญ่ เตียงตั่งอย่างดี
ได้นางสี่หมื่น เพราะบุญเผาผีง
มีที่นอนดี บุญให้ฟูกหมอน ฯ
๐ เทพนั้นผันผาย ถวายชุลีกร
พระธาตุบวร ด้วยบริวารตน
ทักษิณแปดทิศ ด้วยจิตกุศล
ทั้งบริวารตน นั้งเรียงกันไป ฯ
๐ ดับน้ันเทพหนึ่ง เสด็จมาทันใด
นางห้าหมื่นไสว แต่ล้วนสาวสวรรค์
มีพระรัศมี มีแสงเฉิดฉัน
มาถวายอภิวันท์ พระธาตุเจดีย์ ฯ
๐ พระเถรแลเห็น ถามท้าวโกสีย์
นั้่นพระไมตรี ใช่หรือเทพใด
พระอินทร์ตอบคดี เทพนี้มิใช่
พระเถรว่าใคร เรืองทั่วสากล ฯ
๐ พระเถรว่าเทพ ผู้นั้นสร้างผล
เมื่ออยู่เป็นคน ทำกุศลชื่อใด
มีนางสวรรค์ ห้อมล้อมไสว
รัศมีเรืองใส แน่นเนืองกันมา ฯ
๐ เทพนี้เมื่อก่อน ได้เป็นพระยา
ในเมืองลังกา เกาะแก้วบุรี
ชื่อท้าวศรัทธา ติสสาธิบดี
เธอได้เป็นพี่ แห่งท้าวอภัย ฯ
๐ เธอนั้นเคารพ ไหว้นพระรัตนตรัย
พระอรหันต์นั้นไซร้ ท่านได้นมัสการ
รักษาศีลห้า ศีลแปดประการ
ไตรลักษณญาณ ท่านได้ภาวนา ฯ
๐ บ่มิได้ตระหนี่ ถี่ทรัพย์บูชา
พระเจ้าไปมา ยาจกอาศัย
บุญดั่งนี้แล นาพระมาลัย
นางสวรรค์แลไสว ห้าหมื่นมีศรี ฯ
๐ เทพน้ันเสด็จมา ไหว้พระเจดีย์
กับนางสาวศรี ห้าหมื่นบริวาร
ก้มเกล้าเกศี ยกกรนมัสการ
ทักษิณชื่นบาน แปดทิศเวียนไป ฯ
๐ แล้วออกมานั้ง ลำดับต่อไป
ตามอัชฌาศัย ที่นั่งแห่งตน
กับทั้งบริวาร ห้าหมื่นสับสน
ตามที่ของตน เคยนั้่งทุกที ฯ เชิด ฯ
กาพย์ฉบัง ๑๖
๐ เทพหนึ่งเสด็จมาด้วยพลัน บริวารครามครัน
นับได้หกหมื่นโดยตรา ฯ
๐ มาเพื่อจะไหว้วันทา พระเกศจุฬา
พระธาตุพระเจ้าด้วยดี ฯ
๐ พระเถรถามท้าวโกสีย์ โน้นพระไมตรี
โพธิสัตว์เจ้าหรือกลใด ฯ
๐ พระอินทร์จีงบอกพระมาลัย ศรีอารย์มิใช่
เทพองค์อื่นไซร้เสด็จมา ฯ
๐ พระเถรถามท้าวอินทรา ว่าเทพน้ันหนา
ได้สร้างกุศลชื่อใด ฯ
๐ อินทราว่าท่านนี้ไซร้ ชื่อท้าวอภัย
ทศคามณีลงกา ฯ
๐ ท่านนี้เลื่อมใสศรัทธา ให้ข้าวแลผ้า
ให้ทั้งกุฎีแลสถาน ฯ
๐ ปรนนิบัติเภสัชบริขาร อุปฐากทุกกาล
ฟังธรรมเป็นนิตย์โดยจง ฯ
๐ ไหว้นพเคารพดำรง ต้ังจิตใจปลง
ช่วยท้ังมวลสงฆ์อันดี ฯ
๐ ทำสถูปรูปพระเจดีย์ ปลูกไม้พระศรี
มหาโพธิ์เป็นเจดีย์สถาน ฯ
๐ ปรนนิบัติพ่อแม่เผ่าปราน รักษาพยาบาล
บำเรอพระสงฆ์ขัดสน ฯ
๐ ผู้่ใดยากไร้ทรพล ลำบากยากจน
ก็ให้ดั่งใจจินดา ฯ
๐ ผู้ใดมีใจปรารถนา ข้าวน้ำโภชนา
ก็ให้ตามใจจำนง ฯ
๐ ชีพราหมณ์สมณะพระสงฆ์ ต้ังใจจำนง
ปฎิบัติทุกเวลา ฯ
๐ ท่านนั้นได้ทำก่อนมา จึ่งได้นางฟ้า
หกหมื่นสับสนล้อมมา ฯ
๐ เทพน้ันจึงเสด็จเคลื่อนคลา กราบไหว้วันทา
แล้วทักษิณรอบพระเจดีย์ ฯ
๐ ยอกรประนมชุลี ไหว้พระเจดีย์
ด้วยใจใสสุทธิ์ศรัทธา ฯ
๐ ไหว้แล้วจึงเสด็จออกมา นั้่งในฐานา
อันควรอันดับน้ันไป ฯ ฉัน ฯ
* คำว่า เชิด ฉัน เข้าใจว่าเป็นการบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
กาพย์ฉบัง ๑๖
๐ เทพหนึ่งเสด็จมาด้วยพลัน บริวารครามครัน
นับได้หกหมื่นโดยตรา ฯ
๐ มาเพื่อจะไหว้วันทา พระเกศจุฬา
พระธาตุพระเจ้าด้วยดี ฯ
๐ พระเถรถามท้าวโกสีย์ โน้นพระไมตรี
โพธิสัตว์เจ้าหรือกลใด ฯ
๐ พระอินทร์จีงบอกพระมาลัย ศรีอารย์มิใช่
เทพองค์อื่นไซร้เสด็จมา ฯ
๐ พระเถรถามท้าวอินทรา ว่าเทพน้ันหนา
ได้สร้างกุศลชื่อใด ฯ
๐ อินทราว่าท่านนี้ไซร้ ชื่อท้าวอภัย
ทศคามณีลงกา ฯ
๐ ท่านนี้เลื่อมใสศรัทธา ให้ข้าวแลผ้า
ให้ทั้งกุฎีแลสถาน ฯ
๐ ปรนนิบัติเภสัชบริขาร อุปฐากทุกกาล
ฟังธรรมเป็นนิตย์โดยจง ฯ
๐ ไหว้นพเคารพดำรง ต้ังจิตใจปลง
ช่วยท้ังมวลสงฆ์อันดี ฯ
๐ ทำสถูปรูปพระเจดีย์ ปลูกไม้พระศรี
มหาโพธิ์เป็นเจดีย์สถาน ฯ
๐ ปรนนิบัติพ่อแม่เผ่าปราน รักษาพยาบาล
บำเรอพระสงฆ์ขัดสน ฯ
๐ ผู้่ใดยากไร้ทรพล ลำบากยากจน
ก็ให้ดั่งใจจินดา ฯ
๐ ผู้ใดมีใจปรารถนา ข้าวน้ำโภชนา
ก็ให้ตามใจจำนง ฯ
๐ ชีพราหมณ์สมณะพระสงฆ์ ต้ังใจจำนง
ปฎิบัติทุกเวลา ฯ
๐ ท่านนั้นได้ทำก่อนมา จึ่งได้นางฟ้า
หกหมื่นสับสนล้อมมา ฯ
๐ เทพน้ันจึงเสด็จเคลื่อนคลา กราบไหว้วันทา
แล้วทักษิณรอบพระเจดีย์ ฯ
๐ ยอกรประนมชุลี ไหว้พระเจดีย์
ด้วยใจใสสุทธิ์ศรัทธา ฯ
๐ ไหว้แล้วจึงเสด็จออกมา นั้่งในฐานา
อันควรอันดับน้ันไป ฯ ฉัน ฯ
* คำว่า เชิด ฉัน เข้าใจว่าเป็นการบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๑๐)
กาพย์ฉบัง ๑๖
๐ เทพผู้หนึ่งมาด้วยพลัน บริวารครามครัน
ได้สองหมื่นห้อมล้อมกันมา ฯ
๐ มาเพื่อจะไหว้วันทา พระมาลัยทอดตา
เห็นถามท้าวโกสีย์มินาน ฯ
๐ มานั่นหรือคือพระศรีอารย์ ผู้มีสมภาร
หน่อพุทธางกูรเจ้าหรือฉันใด ฯ
๐ พระอินทร์จึงขานตอบไป มานั้นมิใช่
องค์พระเจ้าพระศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรจึงเผยโวหาร ถามท่านมัฆวาน
ว่าเทพนั้นคือองค์ใด ฯ
๐ ได้สร้างกุศลนั้นชื่อใด มีบริวารไสว
แต่ล้วนงามงามทุกตน ฯ
๐ พระอินทร์จึ่งชี้ช่องกุศล เทพนั้นเป็นคน
ได้ตักบาตรน้อยหนึ่งทีเดียว ฯ
๐ แก่ภิกษุอันเดินเที่ยว บิณฑบาตมิเหลียว
ประกอบด้วยศีลาจารย์ ฯ
๐ ผู้ใดตักบาตรเป็นทาน แก่ภิกษุศีลาจารย์
อันบิณฑบาตในสถานหนทาง ฯ
๐ ผู้นั้นได้บริวารล้วนนาง ประดับต่างต่าง
ล้วนมีรูปโฉมโนมพรรณ ฯ
๐ เทพนั้นเสด็จเข้ามาพลัน ถวายธูปเทียนสุวรรณ
แก่พระธาตุจุฬามณี ฯ
๐ ไหว้ทั้งแปดทิศด้วยดี ด้วยนางสาวศรี
มานั้งในที่อันดับน้ันไป ฯ
๐ เทพผู้หนึ่งมาบัดใจ บริวารสามหมื่นไสว
สะพรึบพร้อมล้อมกันมา ฯ
๐ มาเพื่อจะไหว้วันทา พระเถรทัศนา
เธอจึงถามท้าวมัฆวาน ฯ
๐ มานั้นหรือคือพระศรีอารย์ พระอินทร์จึ่งขาน
ว่ามิใช่พระเมตไตรย ฯ
๐ พระเถรถามว่าคือใคร พระอินทร์ขานไข
ว่ามิใช่พระศรีอารย์ ฯ
๐ คือว่ามหาราชสมภาร แต่ก่อนโพ้นนาน
เทพนั้นสร้างกุศลชื่อใด ฯ
๐ จึ่งมีรัศมีสดใส ทำบุญชื่อใด
จึ่งมีนางฟ้าเป็นบริวาร ฯ
๐ พระอินทร์จึงตอบมินาน ก่อนเป็นนายบ้าน
ชื่อว่าหรตาลเศรษฐี ฯ
๐ ได้ให้ทานจำศีลด้วยดี สร้างกุศลอันมี
เชื่อทั้งคุณแก้วสามประการ ฯ ฉัน* ฯ
กาพย์ยานี ๑๑
๐ เศรษฐีน้ันมีศรัทธา ในศาสนาเป็นแก่นสาร
ต้ังใจบำเพ็ญทาน ของตระการเอนกไป ฯ
๐ ตักบาตรไม่ขาดวัน แต่งจังหันของฉันไว้
พระสงฆ์โคจรไป เอาใจใส่ไมขาดเว้น ฯ
๐ ถวายเครื่องใช้แลเสื่อสาด เครื่องปูลาดสารพัน
กลางคืนแลกลางวัน เอาใจใส่ทุกเวลา ฯ
๐ ครั้นแล้วสมาทาน ศีลห้าประการหมั่นรักษา
เป็นนิตย์เป็นอัตรา มิได้ขาดแต่สักวัน ฯ
๐ คร้ันถึงวันแปดค่ำ สิบห้าค่ำเข้าด้วยพลัน
นิมนต์พระสงฆ์ฉัน แต่งจังหันอันโอชา ฯ
๐ ตักบาตรอังคาสถวาย ของทั้งหลายมีนานา
ศีลแปดหมั่นรักษา เป็นนิตย์มาทุกราตรี ฯ
๐ เศรษฐีมีกรุณา แก่สมณะแลพราหมณ์ชี
ยากจนอันมากมี ของจำแนกแจกให้ทาน ฯ
๐ มิได้มีใจตระหนี่ จิตยินดีทุกประการ
ทำบุุญแล้วชื่นบาน ศรัทธาในศาสนา ฯ เชิด *ฯ
กายพ์ฉบัง ๑๖
๐ เศรษฐีน้ันศรัทธายิ่งยง ปฎิบัติพระสงฆ์
ถ้วนทุกสิ่งเป็นอันดี ฯ
๐ แล้วถวายเภสัช อัฎฐบาลอันมี
แก่นางภิกษุณีสามเณรและสงฆ์ ฯ
๐ ถวายเครื่องสารพัดบรรจง สร้างรูปพุทธองค์
ขอประสบพบพระเมตไตรย ฯ
๐ ผู้ไดอาพาธแล้วเอาใจใส่ ผู้ใดเข็ญใจ
บ่มิได้ขัดทุกสถาน ฯ
๐ เศรษฐีน้ันให้ยาเป็นทาน ข้าวน้ำอาหาร
ให้ทั้งสบงและจีวร ฯ
๐ ได้ล้วนนางเทพอัปสร สามหมื่นงามสลอน
เพราะให้ทานข้าวน้ำและยา ฯ
๐ เทพน้ันจึงเสด็จเข้ามา กราบไหว้วันทา
พระมหาเจดีย์บวร ฯ
๐ ทักษิณแปดทิศเดินจร ด้วยนางอัปสร
แล้วก็นั้งเรียงกันไป ฯ
* คำว่า ฉัน เชิด เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบ
๐ เศรษฐีน้ันมีศรัทธา ในศาสนาเป็นแก่นสาร
ต้ังใจบำเพ็ญทาน ของตระการเอนกไป ฯ
๐ ตักบาตรไม่ขาดวัน แต่งจังหันของฉันไว้
พระสงฆ์โคจรไป เอาใจใส่ไมขาดเว้น ฯ
๐ ถวายเครื่องใช้แลเสื่อสาด เครื่องปูลาดสารพัน
กลางคืนแลกลางวัน เอาใจใส่ทุกเวลา ฯ
๐ ครั้นแล้วสมาทาน ศีลห้าประการหมั่นรักษา
เป็นนิตย์เป็นอัตรา มิได้ขาดแต่สักวัน ฯ
๐ คร้ันถึงวันแปดค่ำ สิบห้าค่ำเข้าด้วยพลัน
นิมนต์พระสงฆ์ฉัน แต่งจังหันอันโอชา ฯ
๐ ตักบาตรอังคาสถวาย ของทั้งหลายมีนานา
ศีลแปดหมั่นรักษา เป็นนิตย์มาทุกราตรี ฯ
๐ เศรษฐีมีกรุณา แก่สมณะแลพราหมณ์ชี
ยากจนอันมากมี ของจำแนกแจกให้ทาน ฯ
๐ มิได้มีใจตระหนี่ จิตยินดีทุกประการ
ทำบุุญแล้วชื่นบาน ศรัทธาในศาสนา ฯ เชิด *ฯ
กายพ์ฉบัง ๑๖
๐ เศรษฐีน้ันศรัทธายิ่งยง ปฎิบัติพระสงฆ์
ถ้วนทุกสิ่งเป็นอันดี ฯ
๐ แล้วถวายเภสัช อัฎฐบาลอันมี
แก่นางภิกษุณีสามเณรและสงฆ์ ฯ
๐ ถวายเครื่องสารพัดบรรจง สร้างรูปพุทธองค์
ขอประสบพบพระเมตไตรย ฯ
๐ ผู้ไดอาพาธแล้วเอาใจใส่ ผู้ใดเข็ญใจ
บ่มิได้ขัดทุกสถาน ฯ
๐ เศรษฐีน้ันให้ยาเป็นทาน ข้าวน้ำอาหาร
ให้ทั้งสบงและจีวร ฯ
๐ ได้ล้วนนางเทพอัปสร สามหมื่นงามสลอน
เพราะให้ทานข้าวน้ำและยา ฯ
๐ เทพน้ันจึงเสด็จเข้ามา กราบไหว้วันทา
พระมหาเจดีย์บวร ฯ
๐ ทักษิณแปดทิศเดินจร ด้วยนางอัปสร
แล้วก็นั้งเรียงกันไป ฯ
* คำว่า ฉัน เชิด เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบ
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๙)
กาพย์ยานี ๑๑
๐ เมื่อน้ันพระมาลัย ได้ฟังอินทร์เธอแถลงถวาย
จึงถามอภิปราย ซึ่งอินทราใจกุศล ฯ
๐ ดูก่อนท้าวอินทรา เทพเทวาในเบื้องบน
มาไหว้ธาตุทั้่วทุกตน เป็นสุขรื่ืนชื่นชูใจ ฯ
๐ ไมตรีพระโพฺธิสัตว์ ท่านยังเสด็จหรือฉันใด
นมัสการพระธาตุไซร้ พระศรีอารย์ยังมาหรือ ฯ
๐ พระศรีอารย์ใจสุทธิ์ หน่อพระพุทธอันเลื่องลือ
ท่านนั้นยังมาหรือ หรือเสด็จอยู่ในวิมาน ฯ
๐ อินทราจึงขานตอบ โดยระบอบชอบโวหาร
พระเจ้าพระศรีอารย์ อย่าพักว่าไปใยเลย ฯ
๐ ไมตรีท่านดีนัก ย่อมเสด็จมา ณะ หัวเอ๋ย
พระเณรอย่าถามเลย พระศรีอารย์ท่านเสด็จมา ฯ
๐ พระมาลัยเจ้าจึงถาม ด้วยคำงามเผยวาจา
พระศรีอารย์หน่อศาสดา เคยเสด็จมา ณวันใด ฯ
๐ เธอจะมาในวันนี้ หรือจะมาวันอื่นใด
รูปใคร่รู้ใคร่แจ้งใจ ใคร่ชมบุญพระศรีอารย์ ฯ
๐ อินทรายกมือไหว้ พระมาลัยบอกอาการ
อันองค์พระศรีอารย์ ย่อมมาไวห้พระเจดีย์ ฯ
๐ สิบสี่ค่ำสิบห้าค่ำ และแปดค่ำดั่งวันนี้
พระศรีอารย์ไมตรี มาไหว้พระเป็นธรรมดา ฯ
๐ พระศรีอารย์ไมตรี ก้มกราบไหว้วันทนา
ไหว้แล้วเสด็จเทศนา ตูข้าฟังเพราะวังเวง ฯ
๐ อรรถาธิบายธรรม์ พระองค์นั้นเทศนาเอง
เสียงเสนาะเพราะครื้นเครง ฝูงเทพฟังก็ยินดี ฯ
๐ เมื่อนั้นพระมาลัย เธอจึงถามท่้าวโกสีย์
วันนี้วันอัฎฐมี ท่านจะมาหรือกลใด ฯ
๐เออพ่อท่านจะมา มหาเถรอย่าร้อนใจ
หน่อยหนึ่งพระเมตไตรย ท่านจะมาถึงสถาน ฯ
๐ พระเถรแลอินทรา กล่าววาจามิทันนาน
เทพหนึ่งมีบริวาร ได้ร้อยหนึ่งจึงเสด็จมา ฯ
๐ พระเถรทอดตาเห็น จึงถามท้าวอัมรินทรา
มาโน้นงามโสภา นั่นแล้วหรือพระศรีอารย์ ฯ
๐ อินทราจึ่งกล่าวแก้ โดยเที่ยงแท้มิทันนาน
ใช่องค์พระศรีอารย์ ผู้เป้นเจ้าอันเลิศไตร ฯ
๐ พระเถรท่านจึงถาม ท่านผู้นั้นคือองค์ใคร
ทำบุญสิ่งอันใด มีบริวารงามโสภา ฯ
๐ ข้าแต่พระมหาเถร เทพผู้นี้ผู้อื่นนา
ใช่หน่อพระศาสดา ใช่หน่อพระศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรจึงถามเล่า ท่านผู้นี้มีสมภาร
ประกอบด้วยบริวาร ทำบุญใดเมื่อเป็นคน ฯ
๐ ข้าแต่มหาเถร ข้าจะบอกซึ่งกุศล
เทพนี้เมื่อเป็นคน ยากอับจนไร้เข็ญใจ ฯ
๐ เกี่ยวหญ้ามาขายกิน ตามระบอบโลกวิสัย
ห่อข้าวผอกตะพายไป เพื่อจะกินเลี้ยงอาตมา ฯ
๐ ชายนั้นปั้นก้อนข้าว ก้อนหนึ่งเล่าให้ทานกา
ด้วยจิตคิดกรุณา แก่ตัวกาอันอัปรีย์ ฯ
๐ เมื่อจะตายระลึกได้ ถึงบุญนั้นก็ยินดี
จึงได้เกิดมาหากมี วิมานทิพย์ในเมืองฟ้า ฯ
๐ ผู้ใดได้ให้ข้าว แก่เดรัจฉานคือนกกา
ด้วยใจใสศรัทธา อันยินดีเชื่อคุณทาน ฯ
๐ ผลบุญนั้นแต่งให้ ได้นางฟ้าเป็นบริวาร
มีสาวสวรรค์อันสคราญ ได้ร้อยหนึ่งหน้านาลศรี ฯ
๐ เทพนั้นเธอเสด็จมา ถวายวันทาพระเจดีย์
ด้วยชาวแม่นางสาวศรี ย่อมมีรูปอันโสภา ฯ
๐ ถวายธูปแลเทียนทอง ดอกไม้กรองแล้วบูชา
ถวายแล้วก็ออกมา นั่งในทิศอุดรนั้น ฯ
๐ บัดนั้นมิทันนาน เทพผู้หนึ่งจึ่งมาพลัน
บริวารถ้วนถึงพัน เพื่อจะไหว้พระเจดีย์ ฯ
๐ บริวารย่อมสาวหนุ่ม หน้าชวยชุ่มงามมีศรี
รุ่งเรืองด้วยรัศมี สีช่วงโชติเสด็จมา ฯ
๐ มหาเถรทอดตาไป เห็นเทพไท้เสด็จมา
จึ่งถามท้าวอินทรา จะใคร่แจ้งรู้แก่ใจ ฯ
๐ มานั้นดูชัชวาล พระศรีอารย์หรือองค์ใด
มีชาวแม่งามไสว สพรึบพร้อมล้อมกันมา ฯ
๐ พระอินทร์บอกมิใช่ พระมาลัยว่าใครมา
ที่มาน้ันดูโสภา มีรัศมีสีแสงใส ฯ
๐ อินทราว่าผู้อื่น พระเถรถามว่าคือใคร
ได้ทำบุญนั้นชื่อใด นางจึงล้อมเป็นบริวาร ฯ
๐ เมื่อนั้นท้าวโกสีย์ กล่าวคดีตอบมินาน
เทพนั้นเป็นโคบาล บ่าวหนุ่มน้อยไปเลี้ยงวัว ฯ
๐ เมื่อจะกินซึ่งข้าวผอก แบ่งแล่งออกไว้ส่วนตัว
ส่วนหนึ่งให้เด็กเลี้ยงวัว อันเป็นเพื่อนเลี้ยงด้วยกัน ฯ
๐ ผลบุญใด้ให้ข้าว เด็กเลี้ยงวัวเป็นเพื่อนนั้น
บริวารถ้วนถึงพัน งามแน่งน้อยหน้านวลศรี ฯ
๐ แห่ห้อมล้อมกันมา เพื่อวันทาพระเจดีย์
บริวารหนึ่งพันมี เพราะให้ข้าวเด็กโคบาล ฯ
๐ ผู้ใดได้ให้ข้าว แก่คฤหัสถ์อันเป็นทาน
ได้นางสวรรค์อันสคราญ พันหนึ่งล้อมพร้อมไสว ฯ
๐ ผู้ใดได้ให้ข้าว แก่คฤหัสถ์ทรงวินัย
บริวารยิ่งขึ้นไป ด้วยศรัทธาอันตรึกตรอง ฯ
๐ เทพนั้นเสด็จเข้ามา ถวายวันทาธูปเทียนทอง
ด้วยชาวแม่นางทั้งผอง ถ้วนแปดทิศเป็นบูชา ฯ
๐ ทักษิณสามรอบแล้ว ออกมานั่งในฐานา
ฝ่ายข้างปัจฉิมทิศา เป็นกำหนดในสถาน ฯ
๐ ยังมีเทพองค์อื่น นางถ้วนหมื่นเป็นบริวาร
เสด็จมาสุขสำราญ เพื่อจะไหว้พระเจดีย์ ฯ
๐ พระเถรจึงถามพลัน เทพผู้นั้นเรืองรูจี
พระศรีอารย์ไมตรี โพธิสัตว์หรือฉันใด ฯ
๐ พระอินทร์จึงแถลง บอกให้แจ้งตระบัดใจ
ใช่องค์พระเมตไตรย ใช่พระเจ้าศรีอารย์ ฯ
๐ พระเถรจึงถามพลัน เทพผู้นั้นมีบริวาร
เมื่อก่อนสร้างสมภาร เป็นกุศลผลชื่อใด ฯ
๐ อินทราบอกให้แจ้ง แถลงยุบลกุศลไป
เทพนี้เมื่อก่อนไซร้ ฝ่ายกุศลย่อมแจ้งเจน ฯ
๐ ใจดีบ่มิเศร้า ได้ให้ข้าวแก่เจ้าเณร
ทั้งกายก็อ่อนเอน ศรัทธาเชื่อในศาสนา ฯ
๐ เดชะบุญให้ทานข้าว แก่เจ้าเณรด้วยศรัทธา
สิ้นชีวิตได้เกิดมา ในเมืองฟ้าสุขสำราญ ฯ
๐ นางสวรรค์หมื่นหนึ่่งล้อม ตามแห่ห้อมเป็นบริวาร
สาวสวรรค์อันสะคราญ ด้วยให้ทานเป็นกุศล ฯ
๐ ผู้ใดได้ให้ข้าว แก่เจ้าเณรปุถุชน
เทพนั้นจึ่งได้ผล นางหมื่นหนึ่งเป็นบริวาร ฯ
๐ บุญนั้นจึงตามติด ทั้่วทุกทิศตราบนิพพาน
ด้วยเดชะอันให้ทาน ได้บริวารหมื่นหนึ่งมี ฯ
๐ เทพน้ันก็เข้ามา ไหว้บูชาพระเจดีย์
ด้วยชาวแม่แลสาวศรี อันเป็นยศบริวาร ฯ
๐ ไหว้แล้วทั้งแปดทิศ ออกมานั้นในสถาน
ทักษิณแล้วอยู่สำราญ ตามกำหนดตำแหน่งตน ฯ เชิด ฯ
*เชิด เข้าใจว่าบอกบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อจบตอน
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558
กาพย์พระมาลัย (๘)
กาพย์ร่ายไม้ ๓๒
๐ เมื่อนั้นอินทรา จึงว่าถามไป
พระมาแต่ไหน มาถึงเมืองสวรรค์
ข้าพระขอถาม จงบอกข้าพลัน
มาถึงเมืองสวรรค์ เพื่อเอาอันใด ฯ
๐ เมื่อนั้นพระเถร จึงบอกทันใด
ตามอัชฌาสัย อันเธอขึ้นมา
เรานำดอกไม้ มาถวายบูชา
เพื่อจะวันทา พระเจดีย์จอมธรรม ฯ
๐ พระเถรจึงถาม เจดีย์ใครทำ
อินทรารับคำ ข้าพเจ้ารจนา
ข้ากระทำไว้ เพื่อไหว้บูชา
แก่เทพเทวา อันอยู่เมืองสวรรค์ ฯ
๐ ข้าทำด้วยแก้ว อินทนิลมีพรรณ
จุพระเกศนั้น เขี้ยวแก้วทศพล
พระเถรจึงว่า เทวาถ้วนตน
ได้ทำกุศล แต่อยุู่เมืองดิน ฯ
๐ จึงได้เสวยสุข เป็นพรหมเป็นอินทร์
จะนั่งอยูํ่กิน เพราะบุญแห่งตน
ดังฤาเป็นเทพ ยังทำกุศล
จะสืบแผ่ผล ไปเล่าเยียใด ฯ
๐ อันจะนั่งอยู่กิน ผลก่อนเป็นไร
ดังฤาสร้างไป ให้ยากแก่ตน
อินทราจึงไหว้ พระเถรบัดดล
จึงกล่าวยุบล ให้แจ้งที่ถาม ฯ
๐ ข้าแต่พระเถร เป็นเจ้าใจงาม
พระเจ้าไถ่ถาม ข้าขอแถลงถวาย
เมื่อเป็นเทวา ด้วยกันทั้งหลาย
ลางเทพหญิงชาย บุญน้อยเดียวไป ฯ
๐ มาอยู่่ในสวรรค์ บ่มิทันเท่าใด
จะกลับลงไป ในโลกโลกา
ประดุจดั่งคน ทำไร่ไถนา
ได้ข้าวเอกา ทะนานเดียวน้อยไป ฯ
๐ เอาไปใส่ไว้ ในยุ้งอันใด
บ่มิได้เท่าใด หมดสิ้นบ่มินาน
เทวาบางองค์ บุญมากโอฬาร
มาอยู่ได้นาน บนสวรรค์เป็นเสถียร ฯ
๐ ประดุจดังคน มีข้าวหลายเกวียน
เก็บไว้สังเวียน ยุ้งฉากอนันต์
ผู้นั้นได้กิน หลายปีหลายวัน
เพราะข้าวมากครัน บ่มิเป็นกังวล ฯ
๐ อันนี้อุปมา ดั่งเทพเบื้องบน
มีบุญแผ่ผล ยืนนานเหลือหลาย
อุปมาผู้หนึ่ง ข้าวน้อยเดี่ยวดาย
รู้ศิลป์มากมาย มีคุณปัญญา ฯ
๐ ผู้นั้นค้าขาย ขนขวายไร่นา
ได้เลี้ยงอาตมา บ่มิตกเข็ญใจ
เมื่อมีข้าวน้อย รู้ศิลป์อื่นไซร้
ทำการสืบไป บ่มิได้ขาดสาย ฯ
๐ เร่งทำไร่นา เร่งค้าเร่งขาย
ภายหลังมากมาย ทร้พย์สินมากมี
ดั่งนี้อุปมา ดั่งเทพาโลกนี้
แม้นถึงว่ามี บุญน้ันเท่าใด ฯ
๐ หมั่นทำบุญเล่า สืบสืบขึ้นไป
ภายหลังสุขได้ มีบุญเหลือหลาย
อุปมาผู้หนึ่ง มีข้าวมากมาย
บ่มิขวนขวาย ทำสิ่งอันใด ฯ
๐ บ่มิค้าขาย ไร่นาสืบไป
จะตกเข็ญใจ โหดไร้นักหนา
อุปมาดั่งเทพ ในฉ้อกามา
ได้สร้างบุญมา น้อยหนึ่งบ่มิครัน ฯ
๐ บ่มิได้ก่อเริ่ม เพิ่มเติบบุญครัน
จะอยู่ในสวรรค์ น้อยหนึ่งแลนา
ผู้หนึ่งมีทรัพย์ มากมายนักหนา
มีความอุุตส่าห์ ค้าขายยิ่งคน ฯ
๐ ยิ่งมั่งมีแล้ว ยิ่งทำนาผล
ทรัพย์สินแห่งตน เอนกเหลือหลาม
อันนี้อุปมา ดั่งคนใจงาม
ทำบุญเกิบขาม ได้เกิดในสวรรค์ ฯ
๐ ผู้นั้นอยู่สวรรค์ เร่งได้ฟังธรรม์
ผู้อยู่ในสวรรค์ เร่งได้บูชา
ได้ถวายธูปเทียน ดอกไม้มณฑา
พระเกศจุฬา เจดีย์สถาน ฯ
๐ ผู้นั้นจะอยู่ ในสวรรค์ยืนนาน
เพราะบุญสมภาร จะค้ำชูตน
ไม่เกิดไม่ตาย เวียนว่ายเวียนวน
สำเร็จเบื้องบน สู่ห้องนิพพาน ฯ เชิด ฯ
คำว่า เชิด เข้าใจว่าบอกการบรรเลงเพลงปี่พาทย์เมื่อสวดจบตอน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




